สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เดือนมกราคม 2564
16 กุมภาพันธ์ 2021
สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เดือนกุมภาพันธ์ 2564
8 มีนาคม 2021
แชร์ไปที่...

หลักการสำคัญของการจัดการกับอาการแพนิก

          ดร. แคลร์ วีกส์ (Claire Weekes) แพทย์ทางเวชปฏิบัติทั่วไปชาวออสเตรเลีย ได้แนะนำหลักการสำคัญในการจัดการกับอาการแพนิกไว้ 4 ข้อ ดังนี้

1. เผชิญกับอาการแพนิก อย่าพยายามหลีกเลี่ยงอาการแพนิกแต่ควรมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ที่จะรับมือกับอาการแพนิกอย่างกล้าหาญ ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไรก็ตาม โดยไม่ต้องพยายามที่จะ “อดทน” หรือ “ทำความคุ้นเคย” กับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งในที่สุดอาการแพนิกก็จะหมดความสำคัญและไม่มีผลต่อชีวิตประจำวันของคุณอีกต่อไป

2. การยอมรับอาการแพนิกอย่างสงบเยือกเย็น เป็นสิ่งที่ยากที่สุดแต่ก็เป็นหัวใจสำคัญ ของการหายจากอาการแพนิก โดยยอมรับอย่างแท้จริงว่าอาการที่เกิดขึ้น เช่น ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม วิงเวียน ปั่นป่วนในท้อง ฯลฯ เป็นผลจากการการทำงานของระบบประสาท ทำให้มีการหลั่งอะดรีนาลีนกระตุ้นการทำงานในระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำให้อาการดังกล่าวตามมา แต่การยอมรับอย่างแท้จริงและการกล้าเผชิญหน้ากับอาการแพนิก หรือแม้กระทั่งการพยามอย่างตั้งใจเพื่อทำให้อาการรุนแรงขึ้นแต่กลับทำให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้นทั้งนี้ก็เพราะอาการแพนิกจะทวีความรุนแรงได้ก็ต่อเมื่อเกิดความกลัวเพิ่มมากขึ้น แต่ ในทางกลับกันความผ่อนคลาย การกล้าเผชิญและการยอมรับอาการแพนิกกลับไม่ทำให้อาการต่าง ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้น

 3. การลอยตัวเหนืออาการแพนิก เป็นการไม่ต่อสู้หรือพยายามควบคุมอาการหรือความกลัวด้วยโดยวิธีต่าง ๆ เช่น การฝึกคลายกล้ามเนื้อ การพยายามความคุมการหายใจ การใช้ยากล่อมประสาท ฯลฯ เพราะยิ่งพยายามทำอะไรก็ยิ่งทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลีนหลั่งออกมามากขึ้น มีอาการมากขึ้นและเป็นนานขึ้น สิ่งที่ต้องทำก็คือการฝึกให้อยู่นิ่ง ๆ อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยแม้กระทั่งการพยายามบังคับทำให้ตัวเองผ่อนคลาย ทำเพียงแค่อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ ขณะที่จินตนาการว่าตัวเองกำลังลอยไปข้างหน้าโดยไม่มีแรงต้านใด ๆ ราวกับว่ากำลังลอยอยู่บนก้อนเมฆหรือบนน้ำ คุณจะรู้สึกผ่อนคลายและกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่เกร็งอยู่ก็จะผ่อนคลาย

4. การปล่อยให้เวลาที่ผ่านไปช่วยเยียวยาให้อาการดีขึ้น การฟื้นหายจากอาการแพนิกก็เช่นเดียวกับการรักษาโรคทั้งหลายที่ต้องอาศัยเวลา เป็นที่รู้กันอย่างทั่วไปว่าคนที่ป่วยเป็นโรคประสาทนั้นจะไม่อดทนกับการรอคอยและต้องการให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด แต่การขาดความอดทนนั้นกลับทำให้เกิดความตึงเครียดซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการรักษาฟื้นฟู ผู้ป่วยจะสามารถขจัดอุปสรรคที่สำคัญต่อการฟื้นหายจากโรคได้ถ้าเพียงแต่เข้าใจว่าความรู้สึกไวต่อสิ่งเร้าเป็นกระบวนการทำงานของสารเคมีในสมอง ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลของสารเคมีให้เข้าสู่ภาวะปกติ

          ดร.วีคส์แนะนำให้ผู้ป่วยแพนิกยังคงดำเนินชีวิตด้วยความกระตือรือร้นโดยไม่ปล่อยให้ความวิตกกังวลเข้ามาควบคุมชีวิตของตนด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตตามปกติแม้ว่าจะยังมีความรู้สึกวิตกกังวลเกิดขึ้น โดยสมองจะเรียนรู้ที่จะหยุดอาการแพนิกและอาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งหายไปทั้งหมดในที่สุด